ข้อมูลจาก Honda Motor เปิดเผยทิศทางธุรกิจปี 2026 โดยมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างเพื่อรับมือตลาดรถยนต์ที่เปลี่ยนผ่านสู่ยุคไฮบริดและไฟฟ้าอย่างยืดหยุ่น โดยมีประเด็นสำคัญที่กระทบต่อผู้ใช้งานและตลาดรถยนต์ทั่วโลกดังนี้
- รถไฮบริด 15 รุ่นใหม่ เตรียมทยอยเปิดตัวทั่วโลกภายในปี 2030 โดยใช้แพลตฟอร์มและระบบขับเคลื่อนใหม่ทั้งหมด
- ลดต้นทุนระบบไฮบริด 30% ตั้งเป้าผลิตชุดขับเคลื่อนรุ่นใหม่ให้ถูกลงแต่ประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อทำราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่าเดิม
- ประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้น 10% พัฒนาเครื่องยนต์และระบบ Hybrid เจเนอเรชันใหม่ให้มีอัตราสิ้นเปลืองดีขึ้นกว่าปัจจุบัน
- AI ในการพัฒนารถ ใช้เทคโนโลยีจำลองสถานการณ์และ AI ลดระยะเวลาการพัฒนา Model Change และ Minor Change ลงครึ่งหนึ่ง
- ระบบความปลอดภัย ADAS 2028 เตรียมติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะรุ่นใหม่ในรถมากกว่า 15 รุ่นภายใน 5 ปี
Honda ปรับกลยุทธ์เน้นไฮบริดเป็นหัวใจหลักแทน EV ในระยะสั้น
จากการประเมินทิศทางตลาดล่าสุด Honda ตัดสินใจปรับจังหวะการลงทุนโดยหันมาให้ความสำคัญกับรถยนต์ไฮบริดมากขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ผู้บริโภคมีความต้องการสูงและตอบโจทย์การใช้งานจริงในปัจจุบัน โดยตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป เราจะได้เห็นรถไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ที่ไม่ได้เด่นแค่เรื่องความประหยัด แต่ยังมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบไฟฟ้า (Electric AWD) ที่เน้นสมรรถนะและการขับขี่ที่สนุกขึ้นตาม DNA ของแบรนด์
ในด้านเทคโนโลยี Honda เตรียมนำระบบปฏิบัติการ ASIMO OS มาใช้ในรถรุ่นใหม่ๆ เพื่อยกระดับซอฟต์แวร์ภายในห้องโดยสารให้ฉลาดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบ Infotainment หรือการจัดการพลังงาน ซึ่งระบบนี้จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในรถไฟฟ้า (EV) เท่านั้น แต่จะถูกบรรจุลงในรถไฮบริดรุ่นท็อปเพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ไร้รอยต่อ
สำหรับการบริหารจัดการต้นทุน Honda วางแผนลดภาระงานและงบประมาณด้วยแนวคิด Triple Half โดยนำ AI มาช่วยในขั้นตอนการออกแบบและทดสอบ เพื่อให้สามารถส่งมอบรถรุ่นใหม่สู่ตลาดได้รวดเร็วขึ้นทันต่อการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะการรับมือกับคู่แข่งในตลาดใหญ่อย่างอเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น และอินเดีย ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญในแผนธุรกิจรอบนี้
ส่องรถต้นแบบและเทคโนโลยีความปลอดภัยแห่งอนาคต
ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาคือการเผยโฉม Honda Hybrid Sedan Prototype และ Acura Hybrid SUV Prototype ซึ่งเป็นร่างทรงของรถที่จะผลิตขายจริงในอีก 2 ปีข้างหน้า สะท้อนให้เห็นว่ารถกลุ่มซีดานขนาดกลางและ SUV จะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับอานิสงส์จากระบบไฮบริดลดต้นทุน 30% นี้ ซึ่งจะส่งผลให้ราคารถรุ่นใหม่ในอนาคตมีความคุ้มค่ามากขึ้นเมื่อเทียบกับออปชันที่ได้รับ
นอกจากนี้ในปี 2028 ระบบความปลอดภัย ADAS เจเนอเรชันใหม่จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของ Honda โดยจะเน้นการทำงานร่วมกับเซนเซอร์ที่แม่นยำขึ้นและการประมวลผลผ่าน AI เพื่อลดอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์ตามเป้าหมายระยะยาวของบริษัท การขยับตัวครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า Honda ไม่ได้ทิ้งตลาด EV แต่เลือกที่จะสร้างรากฐานจากไฮบริดให้แข็งแกร่งก่อน เพื่อรอจังหวะที่โครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีแบตเตอรี่พร้อมกว่าในปัจจุบัน
สรุปภาพรวมแผนธุรกิจ 2026 ของ Honda คือการรุกตลาดด้วยรถไฮบริดประสิทธิภาพสูง 15 รุ่น พร้อมใช้ AI และซอฟต์แวร์อัจฉริยะมาเป็นตัวนำในการสร้างความต่าง โดยเป้าหมายหลักคือการทำให้รถประหยัดขึ้น ขับสนุกขึ้น และเข้าถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยได้ง่ายขึ้นในราคาที่เหมาะสม