Honda City Facelift 2026 เผยโฉมดีไซน์ใหม่ เตรียมเปิดตัวพฤษภาคมนี้

Honda City Facelift 2026 เผยโฉมดีไซน์ใหม่ เตรียมเปิดตัวพฤษภาคมนี้

ข้อมูลล่าสุดจากสื่อต่างประเทศอย่าง Team-BHP รายงานการขยับตัวครั้งสำคัญของ Honda City Facelift 2026 ที่เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 พฤษภาคม 2026 โดยมีการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ภายนอกให้ดูทันสมัยและเพิ่มฟีเจอร์ภายในเพื่อยกระดับความสะดวกสบาย

  • ดีไซน์กระจังหน้าใหม่ ปรับทรงให้บางลงพร้อมลายรังผึ้งและไฟหน้า LED ทรงเพรียว
  • อัปเกรดเทคโนโลยี คาดการณ์การเพิ่มหน้าจอมาตรวัดดิจิทัลและกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
  • ฟีเจอร์ความสะดวกสบาย มีลุ้นติดตั้งเบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ (Ventilated Seats) และเบาะปรับไฟฟ้า
  • ขุมพลังเดิม ยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร และระบบไฮบริดที่เน้นการประหยัดน้ำมัน

Honda City Facelift 2026 ปรับโฉมหน้าใหม่สปอร์ตกว่าเดิม

การปรับโฉมของ Honda City ในรอบนี้เน้นการเปลี่ยนผ่านงานดีไซน์ด้านหน้าให้มีความโฉบเฉี่ยวมากขึ้น กันชนหน้าชุดใหม่ถูกออกแบบให้มีช่องรับอากาศขนาดใหญ่ขึ้นพร้อมกรอบตกแต่งทรงสามเหลี่ยมที่มุมกันชน ช่วยให้ตัวรถดูมีมิติและกว้างขึ้นกว่ารุ่นปัจจุบัน เส้นสายโดยรวมเน้นความเป็นสปอร์ตซีดานที่เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

สำหรับภายในห้องโดยสาร แม้จะยังไม่มีภาพหลุดออกมาให้เห็นทั้งหมด แต่แนวทางการพัฒนาเน้นไปที่การตอบโจทย์การใช้งานจริงตามความต้องการของตลาดปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอกลางที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับการเชื่อมต่อที่เสถียร รวมถึงการนำฟีเจอร์จากรถรุ่นที่สูงกว่าอย่างเบาะระบายอากาศเข้ามาติดตั้ง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจในการตัดสินใจซื้อเมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่ม B-Segment

ในส่วนของสมรรถนะ คาดว่าเวอร์ชันที่จะเปิดตัวในอินเดียจะยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร กำลัง 119 แรงม้า และรุ่นไฮบริดกำลัง 124 แรงม้า ซึ่งเป็นขุมพลังที่ได้รับการยอมรับเรื่องความทนทานและประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันอยู่แล้ว การปรับโฉมครั้งนี้จึงถือเป็นการเสริมจุดแข็งด้านภาพลักษณ์และออปชันให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นก่อนที่ตลาดอื่นรวมถึงประเทศไทยจะมีการเคลื่อนไหวตามมา

สเปก Honda City เวอร์ชันไทยในปัจจุบัน

ขณะที่รอความชัดเจนของรุ่นใหม่ ข้อมูลจาก Honda ประเทศไทย ระบุว่า City ที่จำหน่ายในปัจจุบันยังคงโดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ 1.0 VTEC TURBO ที่ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า แรงบิด 173 นิวตันเมตร และรุ่น e:HEV (ฟูลไฮบริด) ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้แรงบิดสูงถึง 253 นิวตันเมตร ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกลได้อย่างลงตัว

หากการปรับโฉมเวอร์ชันปี 2026 นำเอาออปชันอย่างกล้อง 360 องศา หรือเบาะปรับไฟฟ้าเข้ามาเสริมในสเปกไทย จะยิ่งทำให้ Honda City รักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากเป็นฟีเจอร์ที่ผู้ใช้รถในปัจจุบันให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ ในการเลือกซื้อรถยนต์คันใหม่

สรุปประเด็นสำคัญของ Honda City Facelift 2026 คือการปรับดีไซน์หน้าใหม่ให้สปอร์ตขึ้น พร้อมการอัปเกรดฟีเจอร์ภายในอย่างกล้อง 360 องศาและเบาะระบายอากาศเพื่อสู้กับคู่แข่งในตลาด โดยยังคงรักษาพื้นฐานเครื่องยนต์ที่ประหยัดน้ำมันเอาไว้ สำหรับแฟนชาวไทยต้องรอติดตามว่าดีไซน์ชุดนี้จะถูกนำเข้ามาปรับใช้เมื่อใด