เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ Deepal S07 รุ่นปรับโฉมปี 2025 (MY2025) ที่มาพร้อมการเขย่าวงการรถยนต์ไฟฟ้าด้วยราคาเพียง 1,099,000 บาท ซึ่งถูกลงกว่ารุ่นเดิมถึง 300,000 บาท พร้อมอัปเกรดสเปกสำคัญทั้งระบบแบตเตอรี่ เทคโนโลยีการชาร์จ และช่วงล่างที่ตอบโจทย์การขับขี่ในไทยได้ดียิ่งขึ้น
ไฮไลต์ความคุ้มค่าของ Deepal S07 (MY2025)
- ราคาใหม่เร้าใจ: ปรับลดเหลือ 1,099,000 บาท (นำเข้า CBU)
- เทคโนโลยีชาร์จไว 3C: อัปเกรดการชาร์จ DC จาก 87 kW เป็น 167 kW ชาร์จ 30-80% ในเวลาเพียง 15 นาที
- แบตเตอรี่ใหม่: เปลี่ยนเป็น Lithium-ion (LFP) ขนาด 68.8 kWh มั่นใจเรื่องความทนทานและการใช้งานระยะยาว
- ช่วงล่างจูนใหม่: ปรับปรุงเพื่อลดการโคลงของตัวรถ เพิ่มการยึดเกาะถนนให้หนึบกว่าเดิม
สิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยใน Deepal S07 ที่เหนือระดับ
ห้องโดยสารของ Deepal S07 ยังคงความหรูหราสไตล์ Yacht-like พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างหน้าจอ Sunflower ขนาด 15.6 นิ้วที่บิดหันหาคนขับอัตโนมัติ และระบบเสียงรอบทิศทางจาก SONY 14 ตำแหน่ง รวมถึงลำโพงที่พนักพิงศีรษะคนขับเพื่อความเป็นส่วนตัวในการฟังคำสั่งนำทางหรือสนทนาโทรศัพท์ นอกจากนี้ยังมีระบบกระจกหน้าจอ Head-up Display พร้อม AR Navigation ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น
ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (ADAS) จัดมาให้แบบ Full Option ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัจฉริยะ (IACC) ที่มาพร้อม Stop & Go ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน (AEB) และกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศาแบบโปร่งใส (Transparency Mode) ทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม EPA1 ที่กระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ทำให้การควบคุมรถมีความสมดุลและมั่นใจในทุกการเข้าโค้ง
Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Deepal S07 (MY2025)
- แบตเตอรี่ LFP ในรุ่นปี 2025 ดีกว่ารุ่นเดิมอย่างไร? แบตเตอรี่ประเภท LFP (Lithium Iron Phosphate) มีความโดดเด่นเรื่องความทนทานต่อรอบการชาร์จที่มากกว่า และมีความปลอดภัยสูงกว่าโอกาสเกิดความร้อนสะสมจนลุกไหม้ได้ยากกว่าแบบ NMC เดิม แม้ความหนาแน่นพลังงานจะน้อยกว่าเล็กน้อยแต่ก็ได้ความจุเพิ่มขึ้นเป็น 68.8 kWh แทน
- ระบบชาร์จ DC 3C Technology ช่วยให้ชาร์จเร็วขึ้นแค่ไหน? เทคโนโลยี 3C ในรุ่นใหม่นี้รองรับกำลังไฟสูงสุดถึง 167 kW (จากเดิม 87 kW) ทำให้คุณสามารถชาร์จไฟจาก 30% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 15 นาที ซึ่งเร็วกว่าเดิมกว่าเท่าตัว เหมาะมากสำหรับการแวะพักชาร์จตามจุดพักรถในทริปทางไกล
- การปรับจูนช่วงล่างใหม่มีผลต่อการขับขี่อย่างไร? จากการใช้งานจริงในรุ่นก่อนหน้าที่มีเสียงสะท้อนเรื่องรถมีความโยนตัว รุ่น MY2025 จึงมีการปรับจูนค่าความหนืดของโช้คอัพและสปริงใหม่ เพื่อช่วยลดอาการโคลง (Body Roll) และทำให้การซับแรงกระแทกมีความหนักแน่นและเกาะถนนดีขึ้น